Categories
BLOG

ผลไม้หน้าร้อนของญี่ปุ่นที่ช่วยป้องกันและลดอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากความร้อน

ไม่มีใครปฏิเสธว่าเมื่ออากาศร้อนจัด ผลไม้เย็น ๆ นั้นช่วยผ่อนคลายความร้อนได้ดี นอกจากผ่อนคลายความร้อนแล้วผลไม้หน้าร้อนหลายชนิดในญี่ปุ่นยังมีประโยชน์ช่วยลดอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากความร้อนได้ด้วย มารู้จักผลไม้เหล่านั้นกันนะคะ

สาเหตุของความอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากอากาศร้อน

ความอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากความร้อนเกิดจากร่างกายสูญเสียน้ำ วิตามินบี วิตามินซี และแร่ธาตุทางเหงื่อ โดยปกติวิตามินบี 1  มีความสำคัญในการส่งเสริมการเปลี่ยนแป้งให้เป็นพลังงาน แต่การสูญเสียวิตามินบี 1 ทางเหงื่อจะส่งผลให้อัตราการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานต่ำลงจนนำไปสู่อาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้าในที่สุด

ข้อดีของผลไม้ต่อร่างกาย

-ผลไม้ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดโดยทันทีทันใดเหมือนการรับประทานอาหารที่มีความหวานจากน้ำตาลสังเคราะห์

-ผลไม้เป็นอาหารที่มีความสมดุลของสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาหารเสริม

-ร่างกายได้รับเอนไซม์จากการรับประทานผลไม้

-น้ำและแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบในผลไม้จะช่วยให้การไหลเวียนของอากาศ เลือด และน้ำในร่างกายดีขึ้น ช่วยลดความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากความร้อน

ผลไม้ที่ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากความร้อน

บ๊วย

แม้ว่าผลบ๊วยไม่สามารถนำมารับประทานสดได้ แต่น้ำเชื่อมบ๊วยนั้นอุดมไปด้วยกรดซิตริกและกรดมาลิก ซึ่งช่วยคืนความชุ่มชื่นให้แก่ร่างกายหลังจากการเสียเหงื่อ

แตงโม

แตงโมเป็นผลไม้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากความร้อน เนื่องจากแตงโมมีน้ำถึงประมาณร้อยละ 90 มีน้ำตาลและแร่ธาตุสำคัญ ได้แก่ โพแทสเซียมและแคลเซียม และมีวิตามินต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี 1  บี 2 และวิตามินซี การรับประทานแตงโมจะช่วยทดแทนน้ำและแร่ธาตุที่สูญเสียทางเหงื่อได้ดี นอกจากนี้แตงโมยังช่วยดับความกระหาย ช่วยทำให้ร่างกายเย็น และช่วยให้การเผาผลาญอาหารของร่างกายดีขึ้น

กีวี่

กีวี่เป็นผลไม้ฤทธิ์เย็นที่ช่วยลดความร้อนจากภายในของร่างกายที่เกิดจากอากาศร้อน อีกทั้งกีวี่อุดมไปด้วยวิตามินเค วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 รวมถึงแร่ธาตุ ได้แก่ แมกนีเซียมและโพแทสเซียม ซึ่งช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากความร้อน และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าได้ด้วย

มะม่วงสุก

 

มะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมและกลูโคส ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่ร่างกายอย่างรวดเร็ว การรับประทานมะม่วงในขณะที่ร่างกายอ่อนเพลียและไม่มีความอยากอาหารเนื่องจากความร้อนจะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายจากความเหนื่อยล้าจากความร้อนได้ดี

พลัม

พลัมเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยกรดซิตริกและกรดมาลิก และแร่ธาตุ ได้แก่โพแทสเซียม นอกจากนี้พลัมยังอุดมไปด้วยกากใยอาหาร พลัมเป็นหนึ่งในผลไม้ที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อป้องกันอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากความร้อน

เมล่อน

เมล่อนเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยน้ำ โพแทสเซียม และวิตามิน ซึ่งส่งผลให้เมล่อนเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากความร้อนได้ดี

วิธีการป้องกันความอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากความร้อนที่ดีคือการดูแลให้ร่างกายมีปริมาณน้ำ วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญอย่างพอเพียง เมื่ออยู่ญี่ปุ่นบอกเลยว่าอากาศที่ร้อนชื้นนั้นสร้างความอ่อนเพลียเหนื่อยล้าให้แก่ร่างกายจริง ๆ ชนิดที่ไม่รู้สึกเหมือนตอนอยู่เมืองไทย ผู้เขียนเองก็ให้สมาชิกในครอบครัวรับประทานผลไม้เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้หน้าร้อนเป็นหน้าร้อนที่มีความสุขไม่ป่วยไข้ค่ะ  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Categories
BLOG

ทัวร์ 5 เว็บไซต์ยอดนิยมสอนทำอาหารญี่ปุ่นทั้งคาวหวาน

ไม่ต้องเข้าคอร์สอาหารก็ทำได้ สำหรับอาหารรสเลิศของชาวญี่ปุ่นที่ยูเนสโกหรือองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติให้การยอมรับ ทั้งในแง่ทักษะและความรู้ที่สืบสานและต่อยอดกันมานานหลายศตวรรษ มาค้นคว้าตำราอาหารจานอร่อยของชาวญี่ปุ่นจาก 5 เว็บไซต์ต่อไปนี้กันเลย

1. justonecookbook.com

เว็บไซต์ที่มาพร้อมภาพถ่ายและวิดีโอคุณภาพคมชัด แนะนำวิธีปรุงทุกขั้นตอนโดยคุณนามิโกะ ฮิราซาวะ เช็ง ที่เกิดในญี่ปุ่นแต่ไปอยู่อเมริกา ค้นหาได้ทั้งชื่ออาหาร, ความต้องการด้านโภชนาการ, เครื่องปรุง, เทศกาล, รูปแบบการจัดเตรียมอาหาร และชนิดของอาหาร แถมเกร็ดสนุกๆ เรื่องการเดินทางในญี่ปุ่นพ่วงเข้าไปด้วย (สูตรท้าลอง—ยากิโซบะ)

2. justhungry.com

พบกับนานาสูตรอาหารพร้อมมุมมองวิถีวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่น โดย มากิโกะ อิโตะ นักเขียนใน Japan Times และผู้เขียน bento cookbooks เหมาะสำหรับกุ๊กมือใหม่ เพราะมีรายชื่อร้านชำที่ขายอาหารหลักของญี่ปุ่นในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย (สูตรท้าลอง—เอฮูมากิ หรือซูชิม้วนทรงยาว)

ซูชิ

3. Japanese cooking 101.com

ตำรับกับข้าวญี่ปุ่นขนาดกะทัดรัดโดยคู่หูชาวญี่ปุ่นในอเมริกา โนริโกะกับโยโกะ บอกเล่าอาหารจานโปรดพร้อมเครื่องปรุงในแบบดั้งเดิมที่เข้าใจง่าย อย่างเช่นแผ่นเต้าหู้ทอดอาบุระอาเกะและวาซาบิ (สูตรท้าลอง—อะเกะดาชิ โทฟู)

4. cookingwithdog.com

เปิดครัวดูเชฟหญิงทำอาหารพร้อมตัวประกอบสุดเลิฟ น้องหมาฟรานซิสแสนรู้ ชมวิดีโอแนะนำทีละขั้นตอนพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษด้วย แม้น้องฟรานซิสตายไปแล้วแต่ก็ยังอยู่ในใจแฟนคลับคนครัวที่รักน้องหมาเสมอ (สูตรท้าลอง—โซเมง จังปุรุ หรือบะหมี่ผัดผัก)

5. chopstickchronicles.com

 

ของหวานญี่ปุ่นต้องที่นี่เลย คุณแม่ชิโฮโกะ และคุณลูกเอลิซาเบ็ธชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในออสเตรเลียพร้อมสอนวิธีทำอาหารทั้งสูตรโบราณและสูตรใหม่ โดยเฉพาะขนมหน้าตาน่าชิม (สูตรท้าลอง—ชิฟฟ่อนเค้กแบบญี่ปุ่น)          สล็อตเว็บตรง

ขนาดอ่านและดูรูปยังรู้สึกหิวกันเลยใช่ไหมล่ะ ครบจบทั้งของคาว ของหวาน วิธีทำ วันหยุดสุดสับดาห์นี้หากยังไม่มีโปรแกรมไปไหนลองมาสวมบทบาทเป็นแม่ครัวญี่ปุ่นกันดูซักครั้งกันเถอะ

Categories
BLOG

10 อันดับ “หมูดีมียี่ห้อ” ของญี่ปุ่น

ในบทความที่แล้วผู้เขียนได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของการกินเนื้อหมูในญี่ปุ่นว่าคนญี่ปุ่นเริ่มนิยมกินเนื้อหมูเมื่อยุคไทโชนี่เอง (อ่านบทความเก่า) มาถึงวันนี้ญี่ปุ่นก็มีเนื้อหมูดียี่ห้อที่เทียบชั้นเป็นของแพงไม่แพ้เนื้อวัวเหมือนกัน เราจะมาพูดถึง 10 อันดับ “หมูดีมียี่ห้อ” ในญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนไม่ได้มีแค่หมูคุโรบุตะที่คนไทยรู้จักเท่านั้น จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยครับ

อันดับ 10 หมูซันมีท คิโจ ยามาบูตะ (サンミート季穣 山豚)

มีเลี้ยงอยู่ที่จังหวัดมิยาซากิ ซึ่งมีจำนวนหมูมากเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองคิโจและคาวามินามิซึ่งเกษตรกรรมเฟื่องฟู หมูถูกเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ห่างจากความวุ่นวายของเมือง ทำให้หมูไม่เครียด นอกจากนี้ยังเพิ่มความหวานของเนื้อหมูโดยการเลี้ยงหมูด้วยอาหารผสมเอง ซึ่งมีส่วนผสมของข้าวโพด ข้าวเจ้าที่ปลูกในท้องถิ่นและมันเทศ และยังมีอาหารแปรรูป (อาหารสัตว์รีไซเคิล) เช่น ขอบขนมปังจากโรงงาน เพื่อเป็นการเลี้ยงหมูที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิยาซากิ และสถานีทดลองปศุสัตว์จังหวัดมิยาซากิ) เนื้อหมูนี้มีรสสดชื่น เนื้อฉ่ำ และนุ่มเพราะมีไขมันคุณภาพสูง อุดมไปด้วยกรดโอเลอิก กรดไลโนเลอิก ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและป้องกันความดันโลหิตสูง และเนื่องจากมีการจำกัดจำนวนผู้ผลิตจึงมีประวัติการผลิตชัดเจน ปลอดภัยและมีคุณภาพเชื่อถือได้

อันดับ 9 หมูพันธุ์คินกะ ฟาร์มฮิราตะ (平田牧場産金華豚)

เนื้อหมูดีมียี่ห้อจากจังหวัดยามากาตะ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหมูพันธุ์จินหัว (金華豚) ของเมืองจีนในการปรับปรุงพันธุ์ เป็นหมูพันธุ์ผสมสามสายพันธุ์และมีคุณภาพของรสอูมามิในเนื้อที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น นอกจากเนื้อสดแล้วยังมีเป็นอาหารแปรรูป เช่น แฮมและไส้กรอก แน่นอนเอาไปทำชาบูชาบูก็อร่อย

 

อันดับ 8 หมูเซโตะโมจิ (瀬戸牧場産せともち豚)

ผลิตที่เมืองฟุกุยามะ จังหวัดฮิโรชิม่า เป็นเนื้อหมูที่แทบจะไม่มีกลิ่นสาบของเนื้อหมูเลย เนื่องจากเนื้อหมูที่ส่งขายนั้นต้องเป็นหมูตัวเมียเท่านั้น เนื้อนุ่มและมีกลิ่นหอม นอกจากจะเอามาทำเป็นชาบูชาบูแล้วยังสามารถเอามาทำสเต็กหมูได้ด้วย

อันดับ 7 หมูพันธุ์อากูของจังหวัดโอกินาว่า (沖縄県産アグー豚)

เป็นหมูดีมียี่ห้อที่โดดเด่นด้วยความเนื้อแน่นและมีกลิ่นหอมหวาน ที่โอกินาว่ามีขายหมูอากูตุ๋น ถือเป็นของดีประจําจังหวัดด้วย

เดิมทีหมูพันธุ์อากูเป็นสายพันธุ์ที่มาจากเมืองจีน แต่เนื่องจากมีการผลิตในโอกินาว่าเป็นเวลาหลายร้อยปี จึงเป็นสายพันธุ์ที่มีคุณค่าและได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นสายพันธุ์พื้นเมือง ทุกส่วนในตัวตั้งแต่ขาหมูไปจนถึงหัวใช้ทำเป็นอาหารได้หมด หากมาเที่ยวโอกินาว่าต้องลอง

อันดับ 6 หมูชามี่ (茶美豚)

ปัจจุบัน “หมูชามี่” ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในฐานะหมูดีมียี่ห้อของจังหวัดคาโกชิมะ เป็นหมูที่เลี้ยงด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษในการให้อาหารและวิธีการผสมพันธุ์ที่มีความสมดุลระหว่างไขมันและเนื้อแดง ทำให้มีคุณภาพดีใช้ทำอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงได้ ที่จริงหมูคุโรบุตะของจังหวัดคาโกชิมะก็มีชื่อเสียง แต่หมูชามี่ก็เป็นหมูดีมียี่ห้อที่เติบโตขึ้นจนถึงจุดที่ปริมาณการผลิตและส่งขายใกล้จะเทียบชั้นได้กับหมูคุโรบุตะแล้ว ดังนั้นต้องลอง

อันดับ 5 TOKYO X

เป็นหมูที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศในฐานะหมูดีมียี่ห้อของโตเกียว นอกจากเนื้อหมูสดแล้วยังมีขายเป็นอาหารแปรรูป เช่น แฮมและไส้กรอก คุณภาพของเนื้อเป็นที่รับรองของร้านอาหารหลายแห่งในโตเกียว ใช้ทำอาหารได้หลากหลายตั้งแต่ชาบูชาบูไปจนถึงสเต็ก โดยเฉพาะในย่านคิจิโจจิ ทาจิคาวะ มีร้านอาหารชื่อดังมากมายที่ขายทงคัตสึที่ใช้เนื้อหมู TOKYO X

อันดับ 4 หมูคินาโกะ ฮาซามะฟาร์ม (はざま牧場きなこ豚)

เป็นเนื้อหมูยี่ห้อหายากที่ผลิตในจังหวัดมิยาซากิ (จังหวัดมิยาซากิเป็นที่รู้จักกันในนามอาณาจักรปศุสัตว์และเป็นภูมิภาคที่มีการผลิตเนื้อวัวและไก่จำนวนมาก) เลี้ยงโดยใช้แป้งถั่วเหลือง (คินาโกะ) เป็นอาหาร เพราะเชื่อว่าถั่วเหลืองจะช่วยระงับกลิ่นสาบหมูได้ เป็นเนื้อหมูที่มีสุขภาพดีและสามารถรับประทานได้อย่างวางใจ

อันดับ 3 หมูสามสายพันธุ์ ฟาร์มฮิราตะ (平牧三元豚)

เนื้อหมูสุดหรูยี่ห้อหนึ่งของจังหวัดยามากาตะ ทุกวันนี้สามารถซื้อได้ผ่านทางออนไลน์ มีสัดส่วนของไขมันและเนื้อไม่ติดมันที่ยอดเยี่ยม และมีชื่อเสียงว่ามีรสชาติอร่อยเทียบเท่ากับเนื้อวากิวเลยทีเดียว (ที่เรียกว่าสามสายพันธุ์นั้นเนื่องจากเป็นพันธุ์ผสมของหมูพันธุ์ Landrace พันธุ์ Large White Yorkshire และพันธุ์ Duroc)

อันดับ 2 หมูอาวะ (阿波ポーク)

เป็นเนื้อหมูยี่ห้อใหม่ในจังหวัดโทคุชิมะและกลายเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเนื้อคุณภาพดี ซึ่งต้องผลิตโดยเกษตรกรที่ได้รับการรับรองจากทางจังหวัดเท่านั้น จึงมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย

 

อันดับ 1 คาโกชิมะคุโรบุตะ (かごしま黒豚)

เป็นหนึ่งในยี่ห้อเนื้อหมูที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยรสชาติที่คุ้นเคย แค่เอาไปปิ้งย่างบาร์บีคิวเฉยๆ ก็ยังอร่อย

 

สรุปก็คือผู้เขียนอุตส่าห์จั่วหัวไว้ว่าเนื้อหมูดีมียี่ห้อของญี่ปุ่นมีหลายยี่ห้อไม่ใช่แค่คุโรบุตะเท่านั้น แต่เอาจริงๆ อันดับ 1 ในความคิดของคนญี่ปุ่นก็ยังเป็นคุโรบุตะอยู่ดี ส่วนนวัตกรรมเนื้อหมูของเมืองไทยก็ใช่ย่อยนะครับ เดี๋ยวนี้มี “หมูชีวา” เนื้อหมูดี ไขมันมีโอเมก้า 3 ด้วย

ต้องมาดูต่อไปว่าตลาดเนื้อหมูเมืองไทยจะมีทิศทางไปในรูปแบบเดียวกับญี่ปุ่นหรือไม่ในด้านการพัฒนาให้เนื้อหมูไม่ใช่เป็นแค่เนื้อหมูแต่เป็นเนื้อหมูดีมียี่ห้อ ส่วนตัวผู้เขียนขอตัวก่อนนะครับ สุดสัปดาห์นี้คงได้กินชาบูหมูจุ่มแน่นอน (ฮา)    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

”ทะคุอัน” ไชเท้าดองที่เขาว่าพระญี่ปุ่นเป็นผู้คิดประดิษฐ์ทำ

วันนี้ผู้เขียนได้ไปนั่งที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง แล้วก็ได้เจอกับเมนูที่ผู้เขียนไม่มีโอกาสได้เจอในร้านอาหารญี่ปุ่นหลายๆ ร้านในเมืองไทย นั่นก็คือ “ข้าวห่อสาหร่ายไส้หัวไชเท้าดอง” ซึ่งหัวไชเท้าดองสีเหลืองแบบนี้ญี่ปุ่นเรียกว่า “ทะคุอัน” ที่ญี่ปุ่นนั้นร้านข้าวกล่องหลายๆ ร้านเขาก็เอาเจ้าทะคุอันเนี่ยมาหั่นเป็นแผ่นๆ ใส่เป็นเครื่องเคียงก็มี แล้วก็บางทีเวลาที่ผู้เขียนได้ไปกินร้านอาหารเกาหลีบางร้านเขาก็ยกหัวไชเท้าดองสีเหลืองๆ อย่างทะคุอันมาเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงด้วยเหมือนกัน วันนี้ก็เลยอยากจะขอพูดถึงเรื่องราวของมันหน่อยนะครับ

ความเป็นมา

“ทะคุอัน” (たくあん หรือ ทะคุวัน たくわん) หรือจริงๆ แล้วอาจเรียกชื่อเต็มๆ ว่า ทะคุอันซึเคะ (沢庵漬け) นั้น เรื่องเล่าหนึ่งซึ่งมีคนพูดถึงกันมากก็คือเรื่องที่ว่าพระที่ชื่อ ทะคุอัน โซโฮ (沢庵宗彭) ซึ่งเป็นพระในนิกายรินไซ เป็นผู้คิดขึ้นในต้นสมัยเอโดะ แต่คนที่ตั้งชื่อผักดองนี้ว่า “ทะคุอันซึเคะ” นั้น กลับเป็นโทคุกาวะ อิเอมิตสึ โชกุนคนที่สามแห่งตระกูลโทคุกาวะ แต่บางตำนานก็บอกว่าชื่อ “ทะคุอันซึเคะ” นั้นเพี้ยนมาจากคำว่า “จาคุอันซึเกะ” ที่แปลว่า “ของที่ไม่ตั้งใจจะประสม” ก็มี ซึ่งต่อมาผักดองแบบนี้ก็เป็นที่แพร่หลายจากเอโดะไปถึงเกียวโตและคิวชูด้วย

วิธีการทำ

กรรมวิธีแบบดั้งเดิมคือเอาหัวไชเท้าตากแดดสักหลายวันหรือหลายสัปดาห์ จากนั้นจึงเอาหัวไชเท้าที่ตากแล้วมาหมักในรำข้าวและเกลือสักหนึ่งเดือนหรือหลายๆ เดือน อาจเติมสาหร่ายคอมบุ พริกป่น หรือเปลือกลูกพลับเพื่อปรุงรสด้วยก็ได้ การหมักด้วยรำข้าวนี่แหละที่ทำให้หัวไชเท้ากลายเป็นสีออกเหลือง

แต่ทะคุอันที่ขายในท้องตลาดทุกวันนี้ทำโดยการเอาไชเท้ามาขยำเกลือเพื่อไล่น้ำในเนื้อไชเท้าแทนการตากแดด อันนั้นรสชาติและรสสัมผัสจึงไม่เหมือนกับทะคุอันแบบดั้งเดิม แถมบางทีก็ใส่เครื่องปรุงรสเพื่อเพิ่มรสหวานหรือรสอูมามิ หรือเจือสีสังเคราะห์อีกด้วย ตามรสนิยมของคนสมัยใหม่ที่ชอบกินหวานไม่ชอบกินเค็ม แต่ทั้งนี้ ในคาบสมุทรมิอุระ หรือภูมิภาคอิเสะของจังหวัดมิเอะ จังหวัดโทคุชิมะ ยังคงผลิตทะคุอันด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งกลายเป็นสินค้ามีชื่อที่คนต้องการ

ทะคุอันกับซามูไร

ในยุคเอโดะ ทะคุอันมักใส่เป็นเครื่องเคียงในโอจะซึเกะ ซึ่งเป็นอาหารของนักรบมาแต่ยุคเซ็นโคคุ สมัยก่อนเวลาไปรบ มักอาศัยอุเมะโบชิ (บ๊วยดองแดงๆ กลมๆ) เป็นอาหาร แต่พอยุคเอโดะ หัวไชเท้าดองอย่างทะคุอันกลายเป็นที่แพร่หลายกินเป็นของสามัญมากกว่า เนื่องเพราะราคาถูกกว่านั่นเอง

ในยุคเอโดะนี่เองที่เกิดประเพณีที่ว่า จะหั่นทะคุอันให้คนกินนั้น ต้อง “หั่นสองชิ้น” เพราะหั่นให้ซามูไรกินนั้น ห้ามหั่นชิ้นเดียว หรือหั่นสามชิ้น เพราะเขาถือสาว่า หนึ่งชิ้น “ฮิโตะกิเระ” 一切れ นั้นไปพ้องเสียงกับคำว่า “ฮิโตะกิเระ” 人斬れ (โดนคนอื่น (เอาดาบ) ฟัน) ถ้า สามชิ้น “มิกิเระ” 三切れ ก็จะไปพ้องเสียงกับคำว่า “มิกิเระ” 身斬れ (โดนฟันที่ลำตัว (หมายถึงฮาราคีรี) มันไปพ้องเสียงกับคำที่ความหมายไม่เป็นมงคลแก่ซามูไร ฉะนั้นจะหั่นทะคุอันยกมาให้ซามูไรกิน ต้องหั่นสองชิ้น (ห้ามหนึ่ง ห้ามสาม) อย่างไรก็ดีประเพณีนี้ดูจะเป็นเรื่องถือสาเฉพาะกับคนเอโดะเท่านั้นหรือเปล่า เพราะว่าในแถบคันไซนั้น กลับมีคนที่ถือว่าเลขสามเป็นมงคล เลยหั่นทะคุอันสามชิ้นยกมาให้กินก็มี

ทะคุอันใส่มาเป็นเครื่องเคียง สังเกตว่าหั่นยกมาให้กิน “สองชิ้น” ตามธรรมเนียมนิยมจากซามูไรในยุคเอโดะ

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ดูเหมือนคนญี่ปุ่นจะนิยมกินทะคุอันสืบเนื่องจากยุคเอโดะ จนเอามันไปเผยแพร่ยังอาณานิคมต่างๆ ในเอเชียบูรพา อย่างไต้หวัน เกาหลี และจีน แต่ผู้เขียนจะขอพูดถึงเกาหลีมากหน่อยเพราะไปเจอทะคุอันกับตัวมาเลยตามร้านอาหารเกาหลีนี่แหละ (คนเกาหลีเรียกไชเท้าดองเหลืองๆ นี่ว่า ทันมูจิ 단무지) ซึ่งทันมูจิของคนเกาหลีก็ออกหวานเสียด้วย กินเป็นเครื่องเคียงก็ได้ หรือใส่เป็นไส้ในคิมบับ (ข้าวห่อสาหร่ายเกาหลี) ก็ได้ด้วยนะครับ    สล็อตเว็บตรง

ชอบกินครับ หัวไชเท้าดองเนี่ย ขอให้เจริญอาหารนะครับ

Categories
BLOG

คำนี้แปลว่าอะไรเนี่ย? มาดูวิธีเรียกสิ่งของ 10 อย่างที่แตกต่างกันตามท้องถิ่นของญี่ปุ่นกัน (1)

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกท่าน ภาษาญี่ปุ่นนั้นก็มีภาษาและคำเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นเหมือนกับไทยเรานะคะ ซึ่งครั้งนี้จะมาเสนอคำเรียกสิ่งของ 10 อย่าง ที่คนญี่ปุ่นเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นค่ะ ถ้าเป็นคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้วนั้น ส่วนใหญ่อาจจะรู้จักแต่คำเรียกทั่วๆไป แต่งานนี้ต่อให้รู้ภาษาญี่ปุ่นก็ต้องมีงงกันบ้างล่ะค่ะ มาลองดูกันดีกว่าค่ะว่าแต่ละท้องถิ่นเค้าจะเรียกอะไรแตกต่างกันอย่างไรบ้าง และของ 10 อย่างที่กล่าวมามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ!

1.รองเท้าใส่ในอาคารเรียนของนักเรียนญี่ปุ่น

มาดูวิธีเรียกสิ่งของ 10 อย่างที่แตกต่างกันตามท้องถิ่นของญี่ปุ่นกัน

รองเท้าที่ใส่เดินในอาคารเรียนของญี่ปุ่นนั้น ทางฝั่งคันโต(ฝั่งโตเกียว) จะเรียกว่า “うわばき” (uwabaki) เป็นหลักค่ะ ส่วนจังหวัดฮอกไกโด, คุมาโมโตะ, โออิตะ จะเรียกว่า “うわぐつ” (Uwagutsu) จังหวัดวากายะมะ จะเรียกว่า “バレエシューズ”(Ballet Shoes) ฝั่งโทโฮคุจะเรียกว่า “ズック” (Zukku) เป็นต้นค่ะ

2.ข้าวโพดล่ะ? ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร?

ข้าวโพดล่ะ? ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร?

สำหรับข้าวโพดนี่มีความจำแม่นตั้งแต่ตอนเรียนเลยค่ะเพราะแปลกใจมาก อะไรจะยาวและศัพท์น่ารักขนาดนี้เนี้ย! ซึ่งเขาเรียกกันว่า “とうもろこし”(Tomorokoshi) ค่ะ แต่รับรองว่าถ้าไปเจอท้องถิ่นอื่นและได้ยินคำเหล่านี้ต้องมีงงกันบ้างล่ะ เช่น

ฮอกไกโด – とうきび (Tokibi)
นากาโนะ, ยามานาชิ –  もろこし (Morokoshi)
โทยามะ, กิฟุ – とうなわ (Tonawa)
ฮิโรชิมะ, ชิมาเนะ – まんまん (man man) หรือมีอีกคำที่คนชิมาเนะเรียกกัน คือ とうとこ(Totoko)
มิยาซากิ – まごじょ(Magojo)
จังหวัดใกล้โตเกียวยังเรียกแตกต่างโดยสิ้นเชิง อย่างจังหวัดชิบะ เรียกว่า ぎょく (Gyoku)
ไอจิ, ยามากุจิ, เกียวโต – なんばん (Nan ban)
ภูมิภาคคินคิ, มิเอะ, โอคายามะ, โทคุชิมะ จะเรียกเหมือนย่านฮิตแถวโอซาก้า คือ なんば (nanba)
มิยะกิ, ฟุกุชิมะ, โทจิกิ และ อิบะระกิ – とうみぎ (Tomigi)
โอคายามะ – さつまきび (Satsumakibi)
คะงะวะ – こーりょん (Koryon)
โอกินาวะ – やまととーんちん (Yamatotonchin)

3.เกมชูนิ้วโป้ง คนญี่ปุ่นเขาเรียกว่าอะไรกันบ้าง?

เกมชูนิ้วโป้งในภาษาญี่ปุ่น?

สำหรับเกมนี้แม้แต่ผู้ใหญ่ยังหยิบมาเล่นกันบ้างบางครั้งบางคราว โดยผู้เล่นใช้เพียงนิ้วโป้งขึ้นมาคนละสองนิ้วเท่านั้น เมื่อพูดเลขใดเลขหนึ่งขึ้นมาแล้วทุกคนต้องเลือกที่จะชูนิ้วทั้งสองข้าง,ข้างเดียว หรือไม่ชูขึ้นมาเลย ซึ่งจำนวนเลขจะเท่ากับจำนวนนิ้วของผู้เล่นทั้งหมด แค่อย่าให้จำนวนนิ้วตรงกับเลขที่พูดขึ้นมาเท่านั้น ใครที่ผิดกติกาก็ต้องเก็บมือไปทีละข้าง ใครเหลือเป็นคนสุดท้ายคือผู้ชนะ ถือว่าเป็นเกมฝึกสมองที่ดีอย่างหนึ่งเลยล่ะค่ะ ซึ่งคนญี่ปุ่นเขามักเรียกว่า…

“いっせいーのせい(issei nosei)” โดยที่ที่เรียกจะเป็นทาง โตเกียว คานางาวะ อิชิคาวะ ฟุกุชิมะ กับอิบารากิค่ะ
“いっせーので(issei node)” จะเป็นทาง ฮอกไกโด เฮียวโกะ ฮิโรชิมะ และชิสุโอกะ
“指スマ(Yubisuma)” เรียกโดยจังหวัดนีงาตะ และโทยามะ ค่ะ
นอกจากนี้ก็มี “チーバリ(Chiibari)” – จังหวัดยามากุจิ, “ちーばる(Chiibaru)” – จังหวัดไอจิ, “ルンルン(runrun) อ่านว่า รุนรุน” – จังหวัดฟุคุอิ และ “せっさん(sessan)” – จังหวัดยามานาชิ

4.อาหารประเภทนี้ใช่ซุปมิโซะหมูหรือเปล่า?

ซุปมิโซะใส่หมู เรียกว่าอะไร?

สำหรับอาหารในภาพนี้ดูแล้วก็เหมือนจะเป็นซุปมิโซะใส่หมู (豚汁 อ่านว่า tonjiru หรือ butajiru) ซึ่งเป็นอาหารจากทางจังหวัดยามากาตะโดยเรียกว่า “芋煮(imoni)” ซึ่งแม้แต่ภายในจังหวัดเดียวกัน รสชาติของทางชายฝั่งและในแผ่นดินใหญ่ภายในจังหวัดนั้นยังต่างกันออกไปอีก ทั่วประเทศญี่ปุ่นนั้น มีจังหวัดที่เรียกซุปนี้ว่า 芋煮(imoni) ได้แก่ จังหวัดยามากาตะ, จังหวัดมิยะงิและจังหวัดฟุกุชิมะ ส่วนจังหวัดอื่นๆที่เหลือจะเรียกซุปนี้ว่า 豚汁(อ่านว่า tonjiru หรือ butajiru) ค่ะ

 

5.กระดาษแบบนี้คนญี่ปุ่นเขาเรียกว่าอะไรนะ?

กระดาษแบบนี้คนญี่ปุ่นเขาเรียกว่าอะไรนะ?

โดยทั่วไปแล้วกระดาษแผ่นใหญ่ที่มีความหนาและแข็งแรงที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้ร่างแบบ, ทำแผนที่หรือเป็นแผ่นประกาศนี้ เรียกว่า “模造紙” (mozoushi) ซึ่งในความหมายตรงๆ 模造 แปลว่าเลียนแบบ ญี่ปุ่นได้เลียนแบบกระดาษลักษณะนี้ของออสเตรเลียมาและดัดแปลงเป็นกระดาษญี่ปุ่น ซึ่งถือกำเกิดครั้งแรกในสมัยเมจิค่ะ

แต่ในจังหวัดโทะยะมะ เรียกว่า ガンピ(gampi), จังหวัดยามากาตะ – オーバンシ(obanshi), จังหวัดนางาซากิและคุมาโมโตะ เรียกว่า ヒロヨーシ(hiroyoshi), จังหวัดนีงาตะ – タイヨーシ(taiyoshi), จังหวัดกิฟุและไอจิ เรียกว่า ビーシ(bishi) และจังหวัดคางาวะ, เอะฮิเมะ และโอกินาวะ จะเรียกว่า トリノコヨーシ(torinokoyoshi)

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ 5 อย่างแรกนี่เพียงน้ำจิ้มเท่านั้น บางทีก็มีงงบ้างล่ะค่ะว่าอันนี้คือเรียกของสิ่งเดียวกันจริงดิ! แอบเอาบางคำไปถามเพื่อนคนญี่ปุ่นเขายังงงกลับมาเลยค่ะ ^^ เอาเป็นว่าจะเดินทางไปจังหวัดไหนอย่างไรลองศึกษาหรือเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมประจำท้องถิ่นเอาไว้ไม่เสียหายค่ะ ดีไม่ดีจะยิ่งทำให้การไปยังสถานที่นั้นสนุกขึ้นกว่าเดิมด้วยนะคะ    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
BLOG

“ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ” นิยามของความงามพื้นฐานในแบบญี่ปุ่น

ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองฮะสึไกชิ จังหวัดฮิโระชิมะ คงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้นตาไม่ว่าจะทั้งชาวไทย หรือชาวต่างชาติ เพราะมักจะปรากฏอยู่ในป้ายโฆษณา ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เรียกได้ว่าแทบจะอยู่คู่กันกับภาพภูเขาไฟฟูจิเลยก็ว่าได้

แต่เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่ครับ ว่าศาลเจ้าแห่งนี้ได้ถูกจัดให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าอย่างไร เหตุใดจึงเป็นสถานที่แสนวิเศษที่ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ต่างดั้นด้นเดินทางไปเพื่อให้ได้เห็นกับตาสักครั้งในชีวิต

“ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ” คุณค่าในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรม

ด้วยความพิเศษในหลากหลายเหตุผล เมื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกซึ่งมีทั้งหมด 10 ข้อแล้ว ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ จึงผ่านคุณสมบัติการเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม และประกาศขึ้นทะเบียนไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ประกอบด้วยคุณสมบัติ 4 ข้อตามที่ UNESCO กำหนด ได้แก่

(1) เป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทําขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์
(2) เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง ทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
(4) เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
(6) มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

องค์ประกอบความงามตามแบบชินโต

นอกจากการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้ยกฐานะอาคารต่าง ๆ ในศาลเจ้าให้เป็นสมบัติประจําชาติญี่ปุ่น ซึ่งกินพื้นที่กว่า 14% ของเกาะแห่งนี้ กินบริเวณราว 430 เฮคเตอร์บนเกาะอิสึกุชิมะ ย้อนหลังไปได้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 การก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้น จนกระทั่งมีลักษณะอย่างในปัจจุบันตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 12 ด้วยการสนับสนุนของไทระ คิโยะโมะริ ประกอบด้วยอาคาร 17 หลัง และโครงสร้างอื่น ๆ ที่ประกอบกันเป็นศาลเจ้า 2 แห่ง (Honsho และ Sessha Marodo) และอาคารเสริมในบริเวณป่าโดยรอบภูเขามิเซน อาคารต่าง ๆ ในศาลเจ้า จัดว่าถูกสร้างขึ้นตามหลักของสถาปัตยกรรมแบบชินโตอย่างสมบรูณ์แบบ

อาคารหลักของศาลเจ้าอิสึกุชิมะในยามกลางคืน

หนึ่งในสามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุด

ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ เสาโทะริของศาลเจ้าอิสึกุชิมะ เป็นจุดท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และทิวทัศน์ของเสาประตูที่อยู่หน้าภูเขามิเซนบนเกาะ ได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น ในเวลาที่น้ําขึ้น เสาโทะริจะดูเหมือนลอยอยู่กลางทะเล เมื่อน้ําลงจะปรากฎให้เห็นพื้นโคลนเลนที่เสาตั้งอยู่ และสามารถเดินเท้าไปจากเกาะได้

นิยามความงามพื้นฐานในแบบญี่ปุ่น

ด้วยลักษณะของการนําภูเขาและธรรมชาติ มาเป็นจุดเน้นผูกโยงกับความเชื่อ การเคารพบูชาทางศาสนา สร้างความผสมผสานในสามสิ่งอย่างลงตัว ได้แก่ สิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์ ที่เป็นศูนย์กลาง ซึ่งตั้งอยู่บนทะเล และมีภูเขาเป็นพื้นหลัง กลายเป็นที่รู้จักว่าเป็น ความงามพื้นฐานแบบญี่ปุ่น มีศิลปะที่ยอดเยี่ยม เทคนิคการก่อสร้างที่มีความพิเศษ และแตกต่างไปจากศาลเจ้าอื่น ๆ โดดเด่นในแง่งานสถาปัตยกรรมโบราณ ที่บูรณาการความสามารถของมนุษย์ และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน

การรักษาความสะอาดบริสุทธิ์ในศาลเจ้า ถือว่าเป็นสิ่งสําคัญตามหลักของชินโต ที่จะไม่ข้องเกี่ยวกับความสกปรกและความตาย ภายในศาลเจ้าจะไม่มีการอนุญาตให้มีการเกิดและการตาย แม้จนทุกวันนี้การฝังศพบนเกาะก็ยังเป็นสิ่งต้องห้ามที่ยึดถือกันอย่างเคร่งครัด

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ ศาลเจ้าที่ไม่ได้งดงามแค่ทิวทัศน์ แต่ยังมีเรื่องราวที่ชวนให้หลงใหลขนาดนี้ ถ้าอดใจไม่ไหวก็อย่ามัวรอช้า รีบบินไปชมกันได้เลย!!    สล็อตเว็บตรง